ถิ่นกำเนิดดาวอินคา
ดาวอินคา เป็นพืชวงศ์ Euphorbiaceae เช่นเดียวกับ ยางพารา สบู่ดำ หรือ มันสำปะหลัง นับเป็นพืชเฉพาะถิ่นชนิดหนึ่ง มีถิ่นกําเนิดจากบริเวณลุ่มแม่น้ำอเมซอน ในประเทศเปรู ทวีปอเมริกาใต้ซึ่งมนุษย์รู้จักนำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่สมัยอินคา หรือ ในช่วงปี ค.ศ.1438-1533 และสืบทอดมากันมาสู่คนพื้นเมืองมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการนำดาวอินคามาใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งนี้ จากแหล่งกำเนิด และประวัติที่ชาวอินคานำมาใช้ประโยชน์ ประเทศไทยจึงเรียกพืชชนิดนี้ว่า ถั่วดาวอินคาในปัจจุบันก็มีการเพาะปลูกดาวอินคาในแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการนำดาวอินคามาแปรรูป เช่น น้ำมันดาวอินคาที่ได้จากการสกัด ถั่วดาวอินคาอบเกลือ หรือ ถั่วดาวอินคาคั่ว
สำหรับในประเทศไทยได้มีบริษัทเอกชนนำดาวอินคา เข้ามาส่งเสริมการปลูกครั้งแรก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยเริ่มที่จังหวัดหนองคาย เนื่องจากเห็นว่ามีที่ตั้งภูมิศาสตร์เส้นทางคมนาคมที่เหมาะสม และสามารถเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มประเทศอินโดจีนได้จนมีการปลูกอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ในปัจจุบัน
ประโยชน์และสรรพคุณดาวอินคา
- มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือด
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ช่วยป้องกันการออกซิเดชันของไขมัน
- ช่วยลดไขมันในเลือด
- ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
- ช่วยป้องหลอดเลือดได้
- ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมมาบำรุงกระดูกได้ดีขึ้น
- ช่วยรักษาความแข็งแรงของเยื่อหุ้มเซลล์
- ลดการอักเสบของหลอดเลือด
- ช่วยลดความเสี่ยงโรคไขข้อ
- ช่วยบำรุงสุขภาพผิว
- ช่วยบำรุงผม
- ช่วยป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระอันเป็นต้นเหตุของการอักเสบ
- ช่วยลดริ้วรอย
- ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
- ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- ช่วยป้องกันไวรัส โทโคฟีรอล (tocopherols) ไฟโตสเตอรอล (phytosterol)
- ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
- ช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด
- ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ป้องกันโรคเบาหวาน
- ช่วยกระตุ้นความจำ
- ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของสมอง
- ป้องกันโรคสมองเสื่อม
- ช่วยควบคุมความดันในลูกตา
- ช่วยควบคุมความดันในเส้นเลือด
เมล็ดดาวอินคา สามารถใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว เช่น ถั่วคั่วเกลือ ถั่วทอด หรือ นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร อาทิ ซอส ซีอิ้ว เต้าเจี้ยว รวมถึงแปรรูปเป็นแป้ง ดาวอินคา สำหรับใช้ประกอบอาหาร และทำขนมหวานในปัจจุบันนิยมนำเมล็ดดาวอินคานำมาสกัดน้ำมัน ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่ใช้เป็นน้ำมันรับประทานเพื่อเป็นอาหารเสริมให้แก่ร่างกาย โดยมักผลิตในรูปบรรจุขวด หรือ บรรจุแคปซูลพร้อมรับประทาน ใช้เป็นน้ำมันทอด หรือ ประกอบอาหารใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เช่น โฟมล้างหน้า สบู่ น้ำหอม และครีมบำรุงผิว น้ำมันที่สกัดได้ใช้สำหรับทานวดแก้ปวดเมื่อย รวมถึงใช้ชโลมผมให้ดกดำ และจัดทรงง่าย
ขอบคุณที่มา
https://www.disthai.com/17028778/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B2
Hi, this is a comment.
To get started with moderating, editing, and deleting comments, please visit the Comments screen in the dashboard.
Commenter avatars come from Gravatar.